คณะสถานกงสุลสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ณ สงขลา และสื่อมวลชน เดินทางได้เยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ณ เมืองบันดุง ประเทศอินโดนีเซีย โดยได้เยี่ยมชมสถาปัตยกรรมทางพระพุทธศาสนา และความงดงามของธรรมชาติ ท่ามกลางบรรยากาศเย็นสบายของพื้นที่ภูเขาทางตอนเหนือของเมืองบันดุง โดยช่วงเช้าคณะเดินทางไปยังน้ำตกจูรุก ดาโก (Curug Dago) น้ำตกขนาดเล็กที่อยู่ภายในอุทยานป่าจูอันดา โดยสถานที่แห่งนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ต่อชาวไทย เนื่องจากครั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสเมื่อปี พ.ศ. 2439 และ พ.ศ. 2444 และพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เสด็จพระราชดำเนินเยือนในปี พ.ศ. 2472 พร้อมทรงจารึกพระปรมาภิไธยย่อไว้ใกล้กันร่องรอยทางประวัติศาสตร์เหล่านี้สะท้อนถึงสายสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างไทยและอินโดนีเซีย โดยปัจจุบันยังมีศาลาไทยและอนุสรณ์สถานเพื่อเทิดพระเกียรติ เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้เรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ
จากนั้นช่วงบ่าย คณะเดินทางต่อไปยังวัดวิปัสสนาคราหะ (Vipassana Graha) ซึ่งเป็นวัดไทยที่ใหญ่ที่สุดในเขตเล็มบัง เมืองบันดุง ซึ่งโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะไทย เป็นวัดพุทธนิกายเถรวาท ที่มีการสืบทอดพระพุทธศาสนาและความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมในต่างแดน โดยบรรยากาศภายในวัดสงบ ร่มรื่น เหมาะแก่การเยี่ยมชมและเรียนรู้วิถีทางพระพุทธศาสนาของชาวอินโดนีเซีย ซึ่งปัจจุบันมีชาวไทยหรือพุทธศาสนิกชนอินโดนีเซียในเมืองบันดุงประมาณร้อยละ5 ของประชากรทั้งหมด
นอกจากนี้ คณะได้เดินทางต่อไปยัง Orchid Forest Cikole (ออร์คิด ฟอร์เรส จิโกเล่) แหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติขนาดใหญ่ ที่รวบรวมกล้วยไม้นานาพันธุ์300 ชนิด ไว้ท่ามกลางป่าสนสูงใหญ่และอากาศที่เย็นสบาย โดยมีไฮท์ไลท์สำคัญเป็นสะพานแขวนที่ทอดตัวผ่านแนวต้นสน นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมท่องเที่ยวหลากหลาย ทั้งการเดินชมสวนกล้วยไม้ และพื้นที่พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ ตลอดจนคาเฟ่ที่ให้นักท่องเที่ยวได้นั่งจิบกาแฟและชา พร้อมดื่มด่ำกับบรรยากาศอันร่มรื่นของเมืองเล็มบัง
ทั้งนี้การเดินทางท่องเที่ยวเมืองบันดุงในมุมที่หลากหลาย ทำให้ได้สัมผัสคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับอินโดนีเซีย และความงดงามของธรรมชาติที่เป็นเสน่ห์สำคัญของจังหวัดชวาตะวันตกอีกด้วย
.
nbt สงขลา