บรรยากาศการจับจ่ายซื้อของที่ “ตลาดนัดคนไทยยิ้มได้” บริเวณหน้าบ้านพักพัฒนาการจังหวัดยะลา ถนนวงเวียน 2 ตำบลสะเตง อำเภอเมืองยะลา ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกเช้าวันศุกร์ เป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีประชาชน ข้าราชการ และผู้ปกครอง แวะเวียนมาเลือกซื้ออาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค และพืชผักสวนครัวกันอย่างต่อเนื่องก่อนเริ่มเวลาทำงานและไปเรียน ซึ่งตลาดแห่งนี้มีร้านค้าเข้าร่วมมากกว่า 20 ร้านค้า และส่วนใหญ่ได้เข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” โครงการต่อยอดเพื่อช่วยเหลือประชาชนในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน
คุณซูไฮมี มะลี ประชาชนผู้ใช้สิทธิ์ในพื้นที่ เปิดเผยว่า ตนใช้งานโครงการไทยช่วยไทยพลัสเกือบทุกวัน โดยเน้นซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เช่น อาหารเช้า อาหารเที่ยง รวมถึงข้าวสารและน้ำมันพืชเพื่อไว้ใช้ในครัวเรือน
"ตั้งแต่เริ่มโครงการมา ระบบแอปพลิเคชันมีความเสถียร ยังไม่พบปัญหาขัดข้องเลย อยากให้มีโครงการดี ๆ แบบนี้อย่างต่อเนื่อง เพราะช่วยลดภาระค่าครองชีพได้จริง แม้แต่คนที่มีเงินเดือนประจำยังช่วยเซฟค่าใช้จ่ายได้มาก และเชื่อว่าสำหรับกลุ่มเกษตรกรหรือชาวบ้านทั่วไป โครงการนี้จะมีประโยชน์และจำเป็นอย่างยิ่ง"
นอกจากนี้ คุณซูไฮมี ยังกล่าวเสริมถึงฟีเจอร์ใหม่ที่จะเปิดตัวในวันที่ 15 มิถุนายนนี้ ซึ่งจะมีการเชื่อมต่อระบบเดลิเวอรีผ่านแอปพลิเคชัน (เช่น Line Man) ว่า ตนเตรียมใช้งานอย่างแน่นอน เพราะตอบโจทย์ความสะดวกสบายในยุคนี้มาก
ทางด้านผู้ประกอบการ คุณฮารี ยาตี เจ้าของร้านจำหน่ายน้ำเต้าหู้ ข้าวเกรียบนรา ข้าวหมก ข้าวมัน ข้าวคลุกกะปิ และข้าวมันไก่ ได้เผยมุมมองในฐานะร้านค้าว่า โครงการนี้ส่งผลดีต่อยอดขายอย่างเห็นได้ชัด
"ตอนนี้ปริมาณการผลิตสินค้ายังเท่าเดิม แต่พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน คือหันมาสแกนจ่ายผ่านแอปพลิเคชันของโครงการมากกว่าการใช้เงินสด ในมุมของแม่ค้า โครงการนี้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงทั้งสองฝ่าย ประชาชนลดรายจ่าย ส่วนร้านค้าเองก็สามารถนำเงินส่วนที่รัฐช่วยสนับสนุน 60 บาท ไปต่อทุนซื้อวัตถุดิบ ทำให้มีเงินหมุนเวียนในร้านเพิ่มขึ้น"
โครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" จึงนับเป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และเติมกำลังซื้อให้แก่พ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม
.
nbt ยะลา