บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและลดภาระค่าครองชีพ ในโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” และ “ถุงเงิน” ในพื้นที่จังหวัดยะลายังคงเป็นไปอย่างคึกคักและมีเม็ดเงินหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะที่ ตลาดนัดมะพร้าว ซึ่งเป็นแหล่งรวมเสื้อผ้ามือสอง เสื้อผ้าใหม่ และสินค้าเบ็ดเตล็ดที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดยะลา มีร้านค้ามากกว่า 500 ร้าน บรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่เข้าร่วมโครงการต่างนำป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” และป้าย “คนละครึ่ง” เดิมออกมาติดตั้งหน้าร้านเพื่อดึงดูดลูกค้า ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนที่มีแอปพลิเคชันเป๋าตังแวะเวียนเข้ามาสแกนจ่ายเงินกันอย่างคึกคัก โครงการนี้ถือว่าได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย โดยผู้บริโภคได้ซื้อสินค้าคุณภาพดีในราคาย่อมเยาและได้รับส่วนลดจากรัฐบาล (รัฐบาลสนับสนุน 60% ประชาชนจ่ายเอง 40%) ขณะที่ผู้ประกอบการต่างสะท้อนเป็นเสียงเดียวกันว่า ยอดขายและจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
คุณฮุสนา เกื้อกูล เจ้าของร้าน "บารอกัต" เปิดเผยว่า ทางร้านได้เข้าร่วมโครงการของรัฐมาตั้งแต่โครงการคนละครึ่ง จนมาถึงไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งเห็นผลลัพธ์ชัดเจนว่าช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี
ด้าน คุณฟาตีเมาะ ตาเห เจ้าของร้านเสื้อผ้าแบรนด์เนมมือสอง กล่าวเสริมถึงความคึกคักว่า ตั้งแต่เริ่มโครงการไทยช่วยไทยพลัส มีลูกค้าหน้าใหม่แวะเวียนมาสแกนจ่ายเงินทุกวันไม่ซ้ำหน้า
ร้านกะเมาะเสื้อผ้ามือสอง จำหน่ายเสื้อผ้าแบรนด์เนมคัดเกรด (หัวผ้า) หลากหลายสไตล์จากญี่ปุ่นและเกาหลี เช่น Uniqlo และ GU ตั้งอยู่ ที่ ตลาดนัดมะพร้าวยะลา เปิดขายทุกวันเสาร์ วันอังคาร และวันพฤหัสบดี ราคาเริ่มต้นเพียง 20 บาท ไปจนถึง 350 บาท พร้อมรองรับสิทธิ์สแกนจ่ายไทยช่วยไทยพลัส
ภาพรวมของโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ในพื้นที่จังหวัดยะลา จึงไม่เพียงแต่ช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของประชาชนเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยชุบชีวิตเศรษฐกิจฐานรากและสร้างรอยยิ้มให้กับผู้ประกอบการค้ารายย่อยได้อย่างเป็นรูปธรรม
.
nbt ยะลา