บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" และ "ถุงเงิน" ในโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" หลังเปิดให้เริ่มใช้สิทธิตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ยังคงเป็นไปอย่างคึกคักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดยะลา
โดยเฉพาะที่ "ร้านมามา พรุบาโกย" บริเวณสวนขวัญเมือง เขตเทศบาลนครยะลา ซึ่งเป็นแหล่งรวมอาหารเช้ายอดนิยมของชาวไทยมุสลิมและประชาชนในพื้นที่ ที่มีเมนูหลากหลาย อาทิ ข้าวยำ ข้าวหมก ข้าวแกง โรตี และน้ำชา พบว่าในช่วงเช้าก่อนเวลาเริ่มงานและเวลาเรียน มีทั้งข้าราชการ พนักงานบริษัท นักเรียน นักศึกษา ประชาชนทั่วไป รวมถึงเจ้าหน้าที่ทหาร หมุนเวียนเข้ามาใช้บริการอย่างคึกคัก ทั้งนั่งรับประทานที่ร้านและสั่งกลับบ้าน โดยส่วนใหญ่เลือกชำระเงินผ่านโครงการรัฐจนกลายเป็นช่องทางหลักแทนการใช้เงินสด
ทางร้านมามา พรุบาโกย เปิดเผยในฐานะผู้ประกอบการรายเดิมที่เข้าร่วมโครงการของรัฐมาโดยตลอดว่า ตั้งแต่เริ่มเปิดให้ใช้สิทธิในรอบนี้ บรรยากาศในร้านมีความคึกคักเป็นอย่างมาก โครงการนี้สามารถกระตุ้นพฤติกรรมการจับจ่ายของลูกค้าได้อย่างดีเยี่ยม
ด้านผู้ใช้สิทธิในพื้นที่ต่างแสดงความพึงพอใจต่อเกณฑ์การช่วยเหลือในรอบนี้ ที่รัฐบาลช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายในสัดส่วน รัฐจ่าย 60% และประชาชนจ่ายเอง 40%
เจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่ กล่าวว่า โครงการนี้ตอบโจทย์กลุ่มคนที่ต้องซื้ออาหารนอกบ้านรับประทานทุกวันอย่างมาก จากเดิมที่เคยมีค่าใช้จ่ายมื้อเช้าประมาณวันละ 100 บาท การมีรัฐช่วยสมทบทำให้ประหยัดเงินในกระเป๋าและลดรายจ่ายประจำวันไปได้กึ่งหนึ่ง
นายซาการียา เจ๊ะเตะ ประชาชนผู้ใช้สิทธิ ระบุว่า โครงการนี้ตอบโจทย์การดำเนินชีวิตท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ค่าครองชีพและราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น จากปกติมีค่าใช้จ่ายเรื่องอาหารวันละประมาณ 200 บาท เมื่อมีโครงการนี้เข้ามาช่วยเซฟค่าใช้จ่าย ทำให้รู้สึกอุ่นใจและอยากขอบคุณรัฐบาลที่ช่วยแบ่งเบาภาระของประชาชน พร้อมคาดหวังอยากให้มีการขยายระยะเวลาโครงการออกไปอีก
ในช่วงท้าย ทางร้านมามา พรุบาโกย ยังได้กล่าวเชิญชวนให้พี่น้องชาวไทยมุสลิมและประชาชนชาวจังหวัดยะลา มาร่วมอุดหนุนอาหารเช้าที่สะอาด อร่อย และได้มาตรฐาน โดยทางร้านพร้อมยินดีต้อนรับและให้บริการรองรับการใช้สิทธิโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" อย่างเต็มที่ในทุกๆ วัน
.
nbt ยะลา