ซ้ำเติมเกษตรกร ทุเรียนรอบใหม่พื้นที่อำเภอกรงปินัง จังหวัดยะลา ส่อแววผลผลิตลดฮวบ หลังเจอสภาพอากาศแปรปรวน "ร้อนแล้งจัด" ทำเอาดอกร่วงเหลือติดต้นไม่มาก แถมยังต้องแบกรับต้นทุนปุ๋ยและน้ำมันที่พุ่งสูงผลจากวิกฤตโลก จนเกษตรกรบางรายถอดใจ ถึงขั้นเตรียม "ขายสวน" ทิ้งเป็นทางรอด
ลูกทุเรียนขนาดเท่าไข่ไก่ที่ติดอยู่บนต้น ในพื้นที่อำเภอกรงปินัง จังหวัดยะลา คือ ความหวังของเกษตรกรในฤดูกาลนี้ แต่ดูเหมือนว่าความหวังจะริบหรี่ลง เมื่อสภาพอากาศที่ร้อนแล้งจัดสลับกับฝนที่ตกมาผิดจังหวะ ทำให้ดอกทุเรียนร่วงหล่นเสียหาย จนคาดการณ์ว่าปีนี้ผลผลิตจะลดน้อยลงกว่าปีที่ผ่านมาอย่างชัดเจน ไม่ใช่แค่เรื่องฟ้าฝน เพราะวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบมาถึงกระเป๋าเงินชาวบ้านเต็ม ๆ ทั้งค่าขนส่งและราคาปุ๋ยเคมีที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนเกษตรกรบางรายเริ่มสู้ไม่ไหว
นายยูโซะ ดอเลาะบองอ เจ้าของสวนทุเรียนแปลงใหญ่ จ.ยะลา เผยว่า "ปีนี้ปุ๋ยแพง เศรษฐกิจไม่ดี ตอนนี้ลูกเท่าไข่ไก่แล้ว ปกติต้องใส่ปุ๋ยบำรุงลูกแต่ตอนนี้ยังไม่ได้ซื้อเลย เพราะไม่มีเงินทุน ต้องรอยืมเขาบ้าง หรือรอปุ๋ยลดราคา ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ปีนี้ก็คงไม่ใส่ปุ๋ยแล้ว เพราะสู้ต้นทุนไม่ไหว"
นายยูโซะ เล่าต่อว่า ตนเองทำเกษตรผสมผสานกว่า 30 ไร่ ทั้งทุเรียนหมอนทอง ชะนี ก้านยาว ลองกอง มังคุด และอื่นๆ แม้ในสวนจะไม่มีปัญหาเรื่องแหล่งน้ำ แต่กลับต้องเจอปัญหา "ไฟฟ้าไม่พอ" ในช่วงเช้าที่ชาวบ้านแย่งกันสูบน้ำรดสวน ทำให้เครื่องสูบน้ำร้อนจัดจนไหม้เสียหาย เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายขึ้นไปอีก
สถานการณ์ที่บีบคั้น ทำให้ครอบครัว นายยูโซะ ถึงขั้น "ตัดใจ" เตรียมประกาศขายสวนทุเรียนสาวอายุ 7 ปี เพื่อนำเงินมาหมุนเวียนประคับประคองสวนอื่นให้รอดพ้นวิกฤต เพราะลำพังรายได้จากราคายางพาราในช่วงหน้าแล้งที่น้ำยางออกน้อย ก็แทบจะไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพ
สิ่งที่เกษตรกรชาวสวนยะลาต้องการมากที่สุดในขณะนี้ คือ ขอให้รัฐบาลเร่งเข้ามาดูแลราคาปุ๋ยและปัจจัยการผลิตให้ถูกลง ก่อนที่ลมหายใจของชาวสวนจะต้องหมดไปพร้อมกับวิกฤตเศรษฐกิจในปีนี้
.
nbt ยะลา