จากสวนยางสู่ทุ่งดาวเรือง! ชาวรามันยิ้มร่าพืชเศรษฐกิจใหม่ทำเงินงาม ดอกละ 2 บาท ลูกค้าสั่งจองเพียบตลอดปี

          จากพื้นที่ ที่เคยปลูกยางพาราแล้วไม่รุ่ง ตอนนี้กลายเป็นทุ่งสีเหลืองอร่ามไปแล้ว เกษตรกรที่นี่ ได้พลิกวิกฤตช่วงโควิด หันมาปลูกดอกดาวเรืองขาย สร้างรายได้เข้ากระเป๋าครอบครัวละ 7-8 หมื่นบาทต่อเดือน ที่สำคัญคือปลูกง่าย ขายคล่อง เป็นที่ต้องการของตลาดตลอดทั้งปี

          นายปรีชา บุญเนื่อง เจ้าของแปลงและประธานกลุ่มส่งเสริมอาชีพเศรษฐกิจพอเพียงและชุมชน (ไม้ดอก) เปิดเผยว่า เดิมพื้นที่บริเวณนี้เคยเป็นทุ่งนาและเปลี่ยนมาปลูกพืชเศรษฐกิจอย่างยางพาราและปาล์มน้ำมัน แต่เนื่องจากสภาพดินไม่อุดมสมบูรณ์ทำให้ผลผลิตไม่คุ้มค่า จึงตัดสินใจตัดโค่นและปรับเปลี่ยนมาทำเกษตรแบบผสมผสาน โดยเน้นการปลูกไม้ดอกไม้ประดับเพื่อการค้า

          จุดเริ่มต้นของการปลูกดาวเรืองเกิดจากแรงบันดาลใจเมื่อครั้งไปเป็นจิตอาสาปลูกไม้ดอกประดับในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งพบว่าดาวเรืองเป็นพืชที่ปลูกง่าย ดูแลไม่ซับซ้อน และมีความสวยงาม ต่อมาในช่วงวิกฤตโควิด-19 เมื่อกิจกรรมต่าง ๆ ถูกระงับ ทำให้ดอกดาวเรืองที่ปลูกไว้ในชุมชนเหลือค้าง จึงได้ทดลองนำไปจำหน่ายและพบว่าตลาดมีความต้องการสูง จนสามารถยึดเป็นอาชีพหลักสร้างรายได้จริงจังตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา

          ปัจจุบันกลุ่มไม้ดอกรามันมีพื้นที่ปลูกรวม 14 ไร่ โดยใช้เทคนิคการบริหารจัดการพื้นที่แบบ "ไล่รุ่น" เพื่อแก้ปัญหาโรคพืชและให้มีผลผลิตส่งขายได้ไม่ขาดช่วง โดยแบ่งพื้นที่เป็นรุ่น ๆละ 1,000 ต้น ปลูกห่างกันรุ่นละ 1 เดือน (ปัจจุบันเข้าสู่รุ่นที่ 4 ของปี) ไม่ปลูกซ้ำในจุดเดิมทันทีเพื่อป้องกันการสะสมของโรค ระยะเวลาเก็บเกี่ยว ใช้เวลาเพียง 3 เดือน ก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตที่สมบูรณ์ได้

          ส่วนเรื่องราคาก็ถือว่าดีทีเดียว โดยจะมีการคัดไซส์ส่งขายตั้งแต่ ไซส์จัมโบ้ ดอกละ 2 บาท เบอร์ 1, 2 และ 3 ลดหลั่นกันไปต่ำสุดเพียงดอกละ 50 สตางค์ ซึ่งนับเป็นราคาที่คงที่และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกร

          ในปี 2566 สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลาได้เข้ามาส่งเสริมและขยายผล นำโครงการพระราชดำริไม้ดอกเมืองหนาวมาสู่พื้นที่อำเภอรามัน จนเกิดเป็น "กลุ่มไม้ดอกรามัน" ปัจจุบันมีสมาชิก 30 ราย ซึ่งแต่ละครอบครัวมีรายได้เฉลี่ยสูงถึง 70,000 - 80,000 บาท

          นอกเหนือจากดาวเรือง ทางกลุ่มยังได้ทดลองปลูกไม้ดอกชนิดอื่น ๆ เช่น แอสเตอร์, แกลดิโอลัส (ซ่อนกลิ่นฝรั่ง), ปทุมมา, เบญจมาศ และบานไม่รู้โรย เพื่อเพิ่มความหลากหลายและเป็นแหล่งเรียนรู้ไม้ดอกเมืองหนาว

          นายปรีชา กล่าวทิ้งท้ายเชิญชวนเกษตรกรหรือผู้ที่สนใจศึกษาดูงานการปลูกไม้ดอกเศรษฐกิจ สามารถเข้ามาเรียนรู้ได้ที่แปลงต้นแบบ ณ ต.ท่าธง อ.รามัน จ.ยะลา เพื่อนำไปปรับใช้ในการสร้างอาชีพเสริมหรืออาชีพหลัก สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อผลผลิต ศูนย์เรียนรู้กลุ่มส่งเสริมอาชีพฯ โทร. 08 9297 3139 สำนักงานเกษตรอำเภอรามัน หรือ สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา

.

nbt ยะลา


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
แสดงความคิดเห็น
image
ความคิดเห็น