ในวันที่ 9-10 เมษายน 2569 รัฐบาลมีกำหนดการสำคัญในการแถลงนโยบาย "Thailand 10 Plus" ต่อรัฐสภา ซึ่งครอบคลุมยุทธศาสตร์ 6 ด้านหลัก ได้แก่ เศรษฐกิจ, การต่างประเทศและความมั่นคง, สังคม, ภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม, การบริหารภาครัฐ และการปฏิรูปกฎหมาย ท่ามกลางการจับตามองของประชาชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างจังหวัดยะลา ที่คาดหวังให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาปากท้องเป็นลำดับแรก
จากการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของภาคเกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อยในจังหวัดยะลา พบว่าประเด็น "ราคาน้ำมัน" คือปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อค่าครองชีพ
นางสุดใจ หนูลาย เกษตรกรผู้ปลูกและจำหน่ายผักปลอดสารพิษ สะท้อนภาพความเดือดร้อนว่า ต้นทุนการผลิตพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะค่าน้ำมันที่ต้องใช้ในการเดินทางไปทำสวนและการขนส่งสินค้า
"ตอนนี้ประชาชนลำบากมาก รายได้เท่าเดิมแต่รายจ่ายเพิ่มขึ้นทุกทาง ไม่เพียงแต่น้ำมัน แต่รวมไปถึงวัสดุอุปกรณ์อย่างถุงพลาสติกบรรจุผักที่ปรับราคาขึ้นจากแพ็คละ 40 บาท เป็น 45 บาท ในขณะที่ราคาขายปลีกผักยังคงเท่าเดิมเพราะเห็นใจผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อน้อยลง"
นอกจากนี้ นางสุดใจยังฝากถึงรัฐบาลในด้านการ ปฏิรูปกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมาย โดยขอให้คำนึงถึงบริบทความยากจนของประชาชน เช่น กรณีการกวดขันวินัยจราจรและการปรับในอัตราที่สูงเกินกว่ารายได้จริงของผู้หาเช้ากินค่ำ ซึ่งเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน
ทางด้าน น.ส.นูไอนี ดีแลตานา เกษตรกรและแม่ค้าในพื้นที่ เผยถึง การปรับตัวท่ามกลางความท้าทายว่า ปัจจุบันต้องเผชิญกับสภาวะ "สองต่อ" คือราคาน้ำมันที่สูงขึ้นควบคู่ไปกับภัยแล้ง ส่งผลให้ต้นทุนในการสูบน้ำเพื่อดูแลผลิตผลทางการเกษตร เช่น ทุเรียน เพิ่มขึ้น
เธอกล่าวทิ้งท้ายด้วยความหวังที่ปนความกังวลว่า แม้จะพยายามพึ่งพาตนเองและประหยัดค่าใช้จ่ายอย่างสุดความสามารถ แต่หากรัฐบาลสามารถลดราคาน้ำมันลงได้จริงตามนโยบายที่แถลง จะถือเป็นการลดภาระค่าครองชีพและช่วยให้ลมหายใจของเกษตรกรคล่องตัวขึ้น
การแถลงนโยบายในวันที่ 9-10 เมษายนนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงการประกาศทิศทางประเทศในภาพใหญ่เท่านั้น แต่คือความหวังในการแก้ปัญหา "ปากท้อง" ที่ประชาชนต้องการเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด
.
nbt ยะลา