นายอับดลรักหีม อวนข้อง อายุ 59 ปี เกษตรกรหมู่ที่ 3 ต.บางเป้า อ.กันตัง จ.ตรัง ใช้พื้นที่ว่างบ้าน เลี้ยงผึ้งจิ๋วหรือชันโรง หรือภาคใต้เรียกว่า”อุง” เป็นพันธุ์ขนเงิน เพื่อเก็บน้ำผึ้งขายได้ปีละ 2-3 ครั้ง โดยเฉพาะในช่วงหน้าแล้ง ตั้งแต่เดือนมีนาคม-เมษายนของทุกปี เป็นน้ำผึ้งเดือน 5 ที่ถือว่าดีที่สุดในรอบ 1 ปี เนื่องจากไม่มีน้ำฝนลงมาเจือปน ทำให้น้ำผึ้งมีรสชาติหวาน หอม และเปรี้ยวเล็กน้อยจากเกสรของดอกไม้หลากหลายชนิดที่อยู่ในป่าชายเลนข้างบ้าน
ปีนี้เกษตรกรเริ่มเก็บน้ำผึ้งชันโรงขายตามออเดอร์ของลูกค้าทั้งเก่าและใหม่ ที่มียอดจองกันมาข้ามปี โดยขายซีซีละ 1.50 บาท แต่ละกล่องจะเก็บน้ำผึ้งได้ประมาณ 300-400 ซีซี มีทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 60 กล่อง โดยต้องทยอยเก็บน้ำผึ้งทุกวัน และต้องเก็บพ่อแม่พันธุ์ไว้ เพื่อนำไปต่อยอดสร้างรังใหม่ จนสามารถขยายกล่องเลี้ยงผึ้งชันโรงเพิ่มได้อีกหลายสิบกล่องภายในเวลา 1 ปี
ส่วนน้ำผึ้งที่ได้นำมาบรรจุขวดซึ่งมีหลายขนาด ราคาตั้งแต่ขวดละ 100-1,200 บาท เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกซื้อตามกำลังทรัพย์ โดยน้ำผึ้งที่ได้จากอุงหรือชันโรง จะมีราคาสูงกว่าน้ำผึ้งป่าหรือผึ้งโพรงถึง 2 เท่า เพราะเป็นผึ้งขนาดเล็กจิ๋ว มีน้ำหวานน้อยกว่าแต่หากินได้ยาก บางพื้นที่ไม่สามารถเลี้ยงได้ หากไม่มีแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ จึงหากินได้เฉพาะในพื้นที่ที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขา แหล่งน้ำ ป่าชายเลนและป่าดิบชื้นทั่วไป ซึ่งเกษตรกรมีรายได้จากการขายน้ำผึ้งชันโรงปีละไม่ต่ำกว่า 50,000 บาท และขายกล่องเปล่าสำหรับเลี้ยงชันโรงกล่องละ 120 บาท ส่วนกล่องที่มีพ่อแม่พันธุ์ขายกล่องละ 1,000 บาท ซึ่งผึ้งชันโรงสามารถทำรังได้ทุกที่ ทั้งในกล่องสี่เหลี่ยม ในตู้ลำโพง ขวดเปล่า ถังเปล่าและอื่น ๆ โดยใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือนก็เก็บน้ำผึ้งขายได้ แต่หากรอให้ครบ 1 ปี จะได้น้ำผึ้งต่อกล่องมากขึ้น
สำหรับชันโรงเป็นผึ้งที่ไม่มีเหล็กใน ไม่ต่อย ไม่ดุ ปลอดภัยต่อการเลี้ยง เป็นแมลงที่ช่วยผสมเกสรชั้นยอดที่ช่วยเพิ่มผลผลิตในพืชสวน มีสรรพคุณทางยา โดยมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าน้ำผึ้งทั่วไป ช่วยบำรุงผิวพรรณ ชะลอวัย ช่วยสมานแผล รักษาอาการหอบหืด ต้านการอักเสบ เป็นสมุนไพรที่ช่วยรักษาโรคผิวหนัง เป็นแหล่งโพรไบโอติกชั้นดีที่เป็นประโยชน์ต่อจุลินทรีย์ในลำไส้ และยังมีสรรพคุณอื่น ๆ ที่ผ่านงานวิจัยมาแล้วจากหลายหน่วยงาน ทำให้น้ำผึ้งชันโรงเป็นที่ต้องการของกลุ่มคนรักสุขภาพ ซึ่งยังมีไม่พอขายในช่วงหน้าแล้งของทุกปี
ด้านนายอับดลรักหีม อวนข้อง เกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งชันโรงกล่าวว่า ตนเลี้ยงผึ้งชันโรงมาประมาณ 4-5 ปีปีนี้คาดว่าได้ผลผลิตประมาณ 40,000-50,000 บาท รวมค่าอุปกรณ์การเลี้ยงด้วย โดยขายน้ำผึ้งเป็นซีซี ๆ ละ 1.50 มีหลายขนาดให้เลือก ช่วงที่น้ำผึ้งขายดีคือช่วงแล้ง คือช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนจะมีผลผลิตเยอะ ลูกค้าตอนนี้มีออเดอร์ไม่พอขาย ที่เลี้ยงไว้เป็นพันธุ์ขนเงิน มีรสหวานและเปรี้ยวปลาย แหล่งอาหารมาจากดอกมะพร้าว ดอกปาล์มและดอกหญ้าทุกชนิดใกล้บ้าน ส่วนใครสนใจติดต่อได้ทาง FB Tingaoun Kong (ติ่ง อวนข้อง) และที่หมายเลขโทรศัพท์ 08 4837 9369
.
สวท.ตรัง