แดดแรงต้องใช้ให้คุ้ม! สวนโคกหนองน่ายะลา เปลี่ยนใช้พลังงานแสงอาทิตย์สูบน้ำสู้แล้ง ลดต้นทุนน้ำมันแพง

          สถานการณ์ภัยแล้งในจังหวัดยะลา หลังฝนทิ้งช่วงยาวนานกว่า 4 เดือน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อพื้นที่การเกษตร โดยเฉพาะในพื้นที่ ต.ยุโป อ.เมืองยะลา อย่างไรก็ตาม เกษตรกรในพื้นที่ยังคงเดินหน้าสู้ต่อด้วยการปรับตัวและใช้ระบบบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ

          นายโสภณ ขุนภักดี เกษตรกรหมู่ที่ 4 ต.ยุโป เปิดเผยว่า แม้จะได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดและขาดแคลนน้ำอย่างหนัก แต่ครอบครัวยังคงมุ่งมั่นทำเกษตรผสมผสานในรูปแบบ “โคก หนอง นา” โดยอาศัยน้ำจากบ่อน้ำบาดาลและสระเลี้ยงปลา หมุนเวียนไปเลี้ยงพืชผักสวนครัว ไม้ยืนต้น ทุเรียน และมังคุด แม้ปัจจุบันปริมาณน้ำจะเริ่มลดน้อยลงจนอาจเข้าขั้นวิกฤตหลังสิ้นเดือนนี้ หากฝนยังไม่ตกลงมาในพื้นที่

          “หัวใจสำคัญของการรอดพ้นวิกฤตครั้งนี้ คือการบริหารจัดการต้นทุน” นายโสภณกล่าวเสริมว่า ท่ามกลางภาวะน้ำมันแพง ทางสวนได้เปลี่ยนมาใช้ ระบบปั๊มน้ำโซล่าเซลล์ ตามแนวทางพลังงานสะอาด เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการสูบน้ำวันละ 4,000-5,000 ลิตร นอกจากนี้ยังเน้นการทำปุ๋ยหมักใช้เอง ไม่พึ่งพาสารเคมี ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยได้รับคำแนะนำและการสนับสนุนจากหน่วยงานเกษตรและพัฒนาชุมชนในพื้นที่

          สำหรับการปรับกลยุทธ์การปลูกพืชในช่วงหน้าแล้ง นายโสภณได้เลือกปลูกพืชล้มลุกที่ทนทานต่อสภาพอากาศได้ดีกว่าปกติ เช่น พริก มะเขือ และมะแฟง ซึ่งมีอายุยืนยาวกว่าพืชผักใบอย่างคะน้าหรือผักกาด พร้อมใช้ระบบน้ำสปริงเกอร์และสายน้ำพุ่งเพื่อประหยัดน้ำและเวลา โดยผลผลิตที่ได้จะนำไปจำหน่ายในตลาดชุมชนบ้านคลองทรายใน และบ้านทุ่งยามู สัปดาห์ละ 3 ครั้ง เพื่อสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว

          แม้สถานการณ์ฝนทิ้งช่วงจะทำให้หญ้าแห้งตายและน้ำในแหล่งธรรมชาติเริ่มขอด แต่เกษตรกรรายนี้ยังคงมีขวัญและกำลังใจที่ดี พร้อมย้ำว่าหากวิกฤตแล้งลากยาวจนน้ำไม่เพียงพอ ก็พร้อมที่จะพักแปลงเพื่อรอฟ้าฝนและเริ่มต้นใหม่ตามวิถีธรรมชาติ โดยเน้นการพึ่งพาตนเองและทำเท่าที่กำลังน้ำจะอำนวย เพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงจนเกินไป

.

nbt ยะลา


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
แสดงความคิดเห็น
image
ความคิดเห็น