หาดใหญ่พลิกเกมสู้! ทุ่ม 500 ล้านบาท ลุยสร้างอุโมงค์ระบายน้ำ เร่งแก้จุดเสี่ยง "คลองหวะ-ปลักธง" มั่นใจปีนี้คอหงส์รอดน้ำท่วม!

          นาย ทวีศักดิ์ ทวีรัตน์ นายกเทศมนตรีเมืองคอหงส์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้เร่งเดินหน้าแผนเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำคลองหวะและคลอง ร.6 ในพื้นที่รับผิดชอบเตรียมรับมือฤดูฝนปีนี้ หลังปีที่ผ่านมาได้รับผลกระทบกว่า 90% โดยเฉพาะพื้นที่บ้านปลักธงและคลองหวะ ซึ่งเป็นจุดรับน้ำจากเขาคอหงส์ นาหม่อม และแก้มลิงทุกแห่งก่อนเข้าสู่ตัวเมืองหาดใหญ่ จึงได้รวบรวมข้อมูลความเสียหายทั้งหมดเสนอให้กรมชลประทานวางแผนแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

          เทศบาลเมืองคอหงส์จึงร่วมกับสำนักงานชลประทานที่ 16 อบจ.สงขลา และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินหน้าแผน “พร่องน้ำเร็ว–ระบายทัน” เพื่อป้องกันน้ำท่วมซ้ำ โดยชี้ว่าพื้นที่คลองหวะ–บ้านปลักธงถือเป็น “จุดเสี่ยงสูงสุด” ของอำเภอหาดใหญ่ เพราะรับมวลน้ำจากเขาคอหงส์ นาหม่อม ควนจง รวมถึงพื้นที่แก้มลิงสำคัญหลายจุด ก่อนจะระบายลงคลอง ร.6 และคลอง ร.1 ซึ่งเป็นเส้นทางน้ำหลักออกนอกเมือง

          โดยเฟสแรกเริ่มแล้ว สำนักงานชลประทานที่ 16 ได้รับอนุมัติงบประมาณ 500 ล้านบาท เพื่อเร่งปรับปรุงระบบระบายน้ำช่วงคอหงส์ถึงปลักธง ระยะทาง 1,200 เมตร โดยสร้างโครงข่ายรับน้ำจากเขาคอหงส์–คลองเรียน ผ่านอุโมงค์ลงสู่คลองหวะและคลอง ร.1 ให้เร็วขึ้น คาดว่าใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี

          ขณะเดียวกัน อบจ.สงขลาและชลประทานได้สนับสนุนเครื่องจักรเข้าขุดลอกคลองหวะ–คลอง ร.6 ต่อเนื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำช่วงฤดูฝน พร้อมจัดทำประตูระบายน้ำใหม่ทดแทนท่อขนาดเล็กเดิม ขึ้นหลายช่วง เพื่อให้น้ำจากบ้านปลักธงลงสู่คลอง ร.6 ได้รวดเร็วกว่าเดิมหลายเท่า เนื่องจากคลอง ร.6 ซึ่งยาวกว่า 2–3 กิโลเมตร เป็นเส้นทางหลักในการระบายน้ำจาก “แก้มลิงเขาคอหงส์” และ “พื้นที่นาหม่อม” ลงสู่คลองหวะและคลอง ร.1 จุดนี้ในปีที่ผ่านมาระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร และเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ทำให้ปีนี้ทุกหน่วยงานบูรณาการอย่างหนัก เพื่อให้คลอง ร.6 ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และกรมโยธาธิการและผังเมืองได้รับงบประมาณ 20 ล้านบาท เพื่อออกแบบระบบบริหารจัดการน้ำขนาดใหญ่ ระยะต่อไปจะเป็นเฟส 2 และ 3 มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท เพื่อเวนคืนพื้นที่คดเคี้ยว เปิดแนวคลองให้ไหลตรง และลดเวลาการเดินทางของมวลน้ำจากคอหงส์ลงสู่คลอง ร.5–ร.6 ให้เร็วที่สุด

          นายกเทศมนตรีฯ ย้ำว่า ถ้าคลอง ร.5 และคลอง ร.6 รับน้ำได้มากเมืองหาดใหญ่ก็ปลอดภัย ซึ่งเป็นแผนการแก้ไขปัญหาระยะยาวที่ทำให้เมืองพร้อมสู้กับสภาพฝนที่เปลี่ยนแปลงในอนาคต สำหรับฤดูฝนปีนี้ได้เตรียมความพร้อมไว้ทุกด้านแล้ว คาดว่าปีนี้ฝนไม่หนักเหมือนปีที่ผ่านมามั่นใจว่าประชาชนในพื้นที่คอหงส์จะไม่ได้รับผลกระทบเหมือนเดิมอย่างแน่นอน

          ขณะนี้ เทศบาลเมืองคอหงส์ได้เปิดศูนย์อำนวยการอุทกภัย วาตภัยและดินโคลนถล่ม ประจำปี 2568 พร้อมประสานงานกับผู้นำชุมชน อปพร. อบจ. และหน่วยงานภาคีทุกฝ่าย โดยเน้นการแจ้งเตือน–รับเรื่องร้องเรียนแบบ Real-time พร้อมเชิญชวนประชาชนติดตามข้อมูลผ่าน เพจเทศบาลเมืองคอหงส์ ซึ่งจะรายงานสถานการณ์น้ำ เส้นทางที่เสี่ยง น้ำล้นตลิ่ง พื้นที่ที่จำเป็นต้องพร่องน้ำเป็นพิเศษ รวมถึงรับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

.

nbt สงขลา


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
แสดงความคิดเห็น
image
ความคิดเห็น