ยิ่งกว่าเกมกีฬา คือตำนาน! ซัดต้ม: ประเพณีลากพระที่สร้างเสียงหัวเราะและผูกพันชาวชุมชน

          บรรยากาศการแข่งขันเต็มไปด้วยเสียงเชียร์และเสียงหัวเราะ กิจกรรมนี้ไม่ได้เป็นเพียงการละเล่น แต่เป็นการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม และ สืบสานประเพณีดั้งเดิม โดยมีเป้าหมายหลัก คือการสร้างความสมัครสมานสามัคคี และการมีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็งของชุมชน

          ด้วยความพิเศษที่หาชมได้ยาก ทำให้งานนี้ได้รับความสนใจจากวัดต่างๆ ในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่นำเรือพระมาร่วมชุมนุม โดยส่งผู้เข้าแข่งขันในนามของวัดเข้าร่วมประลองฝีมืออย่างคึกคัก ไม่ว่าจะเป็นรุ่นเยาวชน ผู้ใหญ่ ทั้งชายและหญิง

          ในปีนี้มีนักกีฬา ทีมชาย 14 คน และ ทีมหญิง 8 คน ลงสนาม โดยการแข่งขันเป็นไปตามระบบแพ้คัดออก ผู้เข้าแข่งขันต้องจับสลากเพื่อหาคู่ในรอบคัดเลือก ก่อนจะเฟ้นหาผู้ชนะเข้าสู่รอบรองชนะเลิศและรอบชิงชนะเลิศต่อไป

          อุปกรณ์หลักในการแข่งขันคือ "ต้มสามเหลี่ยม" ข้าวต้มที่ห่อด้วยใบกะพ้อ ซึ่งคณะกรรมการได้บรรจุดินเหนียวไว้ภายใน และแจกให้ทีมละ 5 ลูก พร้อมกะละมังสำหรับใส่ต้ม

          หลังพิธี ไหว้ครู เพื่อความเป็นสิริมงคล ผู้แข่งขันจะขึ้นไปยืนบนโต๊ะที่กำหนดระยะห่างไว้ เมื่อเสียงนกหวีดดังขึ้น ศึกซัดต้มก็เริ่มขึ้น ผู้เข้าแข่งขันต่างงัดทั้ง ไหวพริบ และ สายตาที่จดจ้อง คู่ต่อสู้ เพื่อซัดต้มเข้าใส่กันแบบไม่ยั้ง และ หลบหลีก อย่างรวดเร็วตลอดเวลา ฝ่ายใดที่ซัดต้มโดนคู่ต่อสู้ได้มากกว่าก็จะคว้าชัยชนะไปครอง

          กติกาสำคัญ คือ ห้ามใช้มือปัดป้อง และหากผู้เข้าแข่งขันคนใดหล่นจากโต๊ะก่อนที่ต้มจะหมด จะถือว่า แพ้ฟาวล์ ทันที ซึ่งสร้างความตื่นเต้น สนุกสนาน ให้กับผู้ชมด้านหน้าเวทีเป็นอย่างมาก

          สำหรับ ประเพณีซัดต้มมีที่มาเชื่อมโยงกับ ประเพณีลากพระ (ชักพระ) ในสมัยพุทธกาล เมื่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ (ตรงกับวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11) พุทธศาสนิกชนจำนวนมากที่รอถวายภัตตาหารไม่สามารถเข้าเฝ้าได้อย่างใกล้ชิด จึงได้นำ "ข้าวต้ม" หรือ "ต้ม" ที่ห่อด้วยใบไม้ โยนเข้าสู่บาตร ของพระพุทธองค์ แต่เกิดการผิดพลาดโยนไปถูกผู้คนด้วยกันเอง จากเหตุการณ์นี้เอง จึงได้พัฒนามาเป็นการ ละเล่นซัดต้ม และกลายเป็น การแข่งขันซัดต้ม ในปัจจุบัน เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าวและส่งเสริมการละเล่นพื้นบ้านให้คงอยู่คู่กับงานประเพณีสำคัญของภาคใต้สืบไป

          การแข่งขันซัดต้ม จึงเป็นมากกว่าเกมกีฬา แต่คือการผสมผสานระหว่าง ความสนุกสนาน การอนุรักษ์ประเพณี และ การสร้างความผูกพัน ในชุมชนได้อย่างลงตัว

.

รุ่งสุรีย์ กิตติกุลสวัสดิ์

สทท.ยะลา


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
แสดงความคิดเห็น
image
ความคิดเห็น