ที่จังหวัดยะลา "ครูเรือง" หรือ นายเรืองเดช ทองด้วง ครูพลศึกษาหัวใจนักสู้ กลับมาฟื้นฟูฟาร์มกบ ครบวงจรอีกครั้ง ตั้งแต่การเพาะพันธุ์ การเลี้ยง ไปจนถึงการแปรรูปและส่งขายตามความต้องการของตลาดในท้องถิ่น หลังต้องหยุดพักไปนานหลายปีจากวิกฤตเศรษฐกิจและการระบาดของโควิด-19 โดยใช้เวลาว่างหลังเลิกงานในการเลี้ยงกบ เพื่อสร้างรายได้เสริม พร้อมเปิดร้านอาหาร "ครูเรืองเมืองยะลา" รองรับเมนูกบสดใหม่จากฟาร์ม
จุดเริ่มต้นจากงานอดิเรกสู่ฟาร์มครบวงจร ครูเรือง เล่าว่า เริ่มต้นเลี้ยงกบมาตั้งแต่ปี 2545 ด้วยใจรักและต้องการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ฟาร์มแห่งนี้ ใช้พื้นที่ประมาณ 10-15 บ่อ มีกระบวนการเลี้ยงที่พิถีพิถัน เริ่มตั้งแต่การคัดเลือกพ่อพันธุ์แม่พันธุ์คุณภาพดี ซึ่งแม่พันธุ์ 1 ตัว สามารถให้ลูกกบได้ถึง 6,000-10,000 ตัว โดยจะเลี้ยงแยกตามขนาด เพื่อป้องกันการกัดกันของกบ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเลี้ยง
“การคัดกบเหนื่อยกว่าการเลี้ยง เพราะต้องคัดทุกตัว ทุกไซส์ ผ่านมือทุกตัว เพื่อแยกกบออกเป็น 3 - 4 ไซส์ ถ้าไม่แยกกบจะกัดกันและทำให้ตัวเล็กกว่าเสียเปรียบ” ครูเรืองเผย
ครูเรืองยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการดูแลสุขอนามัยของบ่อเลี้ยง โดยจะปูกระเบื้องที่พื้นบ่อเพื่อป้องกันเชื้อโรค ทำให้ทำความสะอาดและเปลี่ยนถ่ายน้ำได้ง่าย ไม่สิ้นเปลืองเวลา และช่วยลดอัตราการสูญเสียของกบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในส่วนของการตลาด “ตลาดกบยังไปได้ดี แม้มีข้อจำกัด ในการบริโภคเฉพาะกลุ่ม มีฐานลูกค้าเก่าที่เหนียวแน่น ทั้งกลุ่มร้านอาหารในพื้นที่และตลาดสดเทศบาล โดยพ่อค้าจะมารับซื้อกบครั้งละ 80-100 กิโลกรัม ทุกๆ 3-5 วัน หรือตามออเดอร์ที่สั่งไว้ และยังมีลูกค้ากลุ่มชาวพุทธในพื้นที่ รวมถึง ชาวเมียนมา ที่ยังคงนิยมบริโภคกบเป็นอาหาร มาซื้อถึงหน้าฟาร์ม โดยเฉพาะการนำไปทำเมนูยอดนิยม อย่าง ผัดเผ็ดกบ และ ต้มยำกบ ซึ่งเป็นเมนูพื้นบ้านที่ได้รับความนิยมอย่างมาก” ครูเรือง กล่าวท้าย
สำหรับราคาจำหน่าย กบสดหน้าฟาร์ม ขนาดประมาณ 5 ตัวต่อกิโลกรัม ราคา 100 บาท กบชำแหละและแปรรูป ราคา 120 บาท กบขนาดใหญ่พิเศษ ราคาอาจสูงถึง 150 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดและช่วงเวลา นอกจากนี้ ยังมีการจำหน่ายลูกพันธุ์กบขนาด 2-3 บาท/ตัว ซึ่งครูเรืองการันตีอัตราการรอดเกือบ 100%
เพื่อต่อยอดธุรกิจและสร้างมูลค่าเพิ่ม ครูเรืองยังเปิดร้านอาหารของตัวเองชื่อ "ร้านครูเรืองเมืองยะลา" ซึ่งตั้งอยู่ที่ชุมชนเวฬุวัน ซอยสุขสันต์ เพื่อนำกบจากฟาร์มมาปรุงเป็นเมนูยอดนิยมหลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นผัดเผ็ดกบ, กบทอด, ต้มยำกบ และอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อให้ลูกค้าได้ลิ้มลองเมนูกบที่สดใหม่ สะอาดจากฟาร์ม โดยเน้นการควบคุมคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ
"ใครอยากทานกบทอดหรือเมนูอื่นๆของทางร้าน สามารถแวะไปได้ที่ร้านครูเรืองเมืองยะลา" ครูเรืองกล่าวเชิญชวน
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเยี่ยมชมฟาร์มและลิ้มรสเมนูกบอร่อยๆ ได้ที่ร้านครูเรืองเมืองยะลา หรือติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 089-299-8527 และติดตามได้ทาง Facebook หรือ TikTok โดยค้นหาคำว่า "ฟาร์มกบครูเรือง" หรือ "ร้านครูเรือง"
การเลี้ยงกบจึงไม่เพียงแค่เป็นอาชีพเสริม แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจที่แสดงให้เห็นว่าการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์สามารถสร้างรายได้และความสุขได้อย่างยั่งยืน
.
รุ่งสุรีย์ กิตติกุลสวัสดิ์
สทท.ยะลา