เกษตรกรชาวสวนยางพารา ตัดโค่นสวนยางเนื้อที่ 5 ไร่ หันมาปลูกทุเรียน 5 สายพันธุ์ โดยเฉพาะทุเรียนพันธุ์ “หนามดำ” หรือโอวฉี ขายกิโลละ 250 บาท ยอดขายปีแรกกว่า 4,000-5,000 บาทต่อวัน

          ที่บ้านเลขที่ 94/3 หมู่ที่ 5 บ้านบินหยี ต.ควนธานี อ.กันตัง จ.ตรัง น.ส สราสินี ฆามานันท์ (เจ๊ออง) อายุ 56 ปี เร่งเก็บทุเรียนพันธุ์ “หนามดำ” หรือโอวฉี ซึ่งเป็นทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองจากรัฐปีนัง ประเทศมาเลเซีย ที่มีการพัฒนาสายพันธุ์โดยชาวสวนท้องถิ่นในไทย จนกลายมาเป็นทุเรียนไทยพันธุ์ทางที่มีคุณภาพสูง ราคาสูง เนื้อสีเหลืองทองหรือเนื้อครีมมี่ รสหวาน หอม มัน ละเอียดไม่มีเส้นใย กินคล้ายไอศกรีม  ซึ่งตอนนี้กำลังให้ผลผลิตปีแรก หลังใช้เวลาปลูก 3 ปีหรือกว่า 30 ต้นโดยมีลูกค้าแวะมาชม มาชิมถึงสวน และขายได้ราคาดีกิโลละ 250 บาท แต่ละลูกจะมีน้ำหนักตั้งแต่ 1.50-3.20 กิโล สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่าวันละ 4,000-5,000 บาทต่อวัน ซึ่งคุณลักษณะของหนามดำ ที่โคนหนามมีสีเข้มคล้ายสีดำ จึงเป็นชื่อเรียกทุเรียนพันธุ์นี้ว่าหนามดำ นิยมปลูกกันมากในพื้นที่ภาคใต้ เพราะสภาพภูมิอากาศและถิ่นกำเนิดคล้ายกับประเทศมาเลเซีย จึงให้ผลผลิตดี ทนทานต่อโรคและแมลง โดยปลอดสารเคมี 100%    และใช้เสื้อสีชมพูไปแขวนไว้บนต้นทุเรียน เพื่อใช้รองรับผลทุเรียนที่ตัดจากที่สูง และใช้หลอกกระรอก รวมทั้งคนขโมยผลทุเรียน พร้อมจัดเวรเฝ้าระวังทั้งกลางวันกลางคืน เนื่องจากช่วงนี้ทุเรียนกำลังสุก และได้ราคาดี ลูกละไม่ต่ำกว่า 380-700 บาท จึงหวั่นว่าทุเรียนจะถูกขโมยไปกินและขายจากทั้งคนและสัตว์

          ซึ่งนอกจากจะมีทุเรียนหนามดำแล้ว ยังมีหมอนทอง ก้านยาว พวงมณี และมูซังคิง รวมแล้วกว่า 130 ต้น บนเนื้อที่ 5 ไร่ ซึ่งแต่เดิมได้ปลูกยางพารา แต่ราคาผันผวนและตกต่ำอยู่ตลอดเวลา จึงตัดโค่นสวนยางพารา เปลี่ยนมาปลูกทุเรียนเต็มพื้นที่ 5 ไร่ โดยปลูก 3 ปีก็เริ่มให้ผลผลิต เก็บขายปีนี้เป็นปีแรก คาดสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 300,0000 บาท   ส่วนใครสนใจติดตามได้ทาง FB เจ้ออง คนตรัง และที่หมายเลขโทรศัพท์ 097-3456162

.

ยอยศพร อรรคไกรสีห์

สวท.ตรัง


image รูปภาพ
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
แสดงความคิดเห็น
image
ความคิดเห็น