ปลาพลวงชมพู หรือ ปลากือเลาะห์ เป็นปลาน้ำจืดประจำท้องถิ่นจังหวัดยะลา ด้วยเนื้อแน่นรสชาติหวานอร่อย รับประทานได้ทั้งเกล็ด และอุดมไปด้วยคุณประโยชน์ สามารถนำไปปรุงเป็นเมนูได้หลากหลาย จึงเป็นที่ต้องการของตลาด จนราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 2,000-3,000 บาท ทำให้นักธุรกิจหลายรายในพื้นที่ หันมาเลี้ยงปลาชนิดนี้ โดยการเลียนแบบธรรมชาติกันมากขึ้น
หนึ่งในนั้นคือ บ่อเลี้ยงปลาของนักธุรกิจ โรงแรมและร้านอาหาร "พรหมลิขิต" ใน อ.เมืองยะลา โดยทดลองเลี้ยงปลาพลวงชมพูบริเวณหลังร้าน เริ่มแรกใช้บ่อสังกะสีไม่สำเร็จ ก่อนเปลี่ยนมาใช้ บ่อซีเมนต์ พร้อมติดสแลนบังแดดและระบบน้ำหมุนเวียนเพื่อควบคุมคุณภาพน้ำ ทำให้ปลาเจริญเติบโตดี ขณะนี้ เตรียมที่จะนำผลผลิตออกจำหน่าย
นายมะรอ หะยียูโซ๊ะ ผู้ดูแลฟาร์ม เล่าว่า สำหรับบ่อเลี้ยงปลาพลวงชมพู ที่นี่ จะมี 10 บ่อ แบ่งเป็นบ่อเลี้ยง 4 บ่อ และบ่อแยกขนาดปลาอีก 6 บ่อ เริ่มเลี้ยงมา 3 ปี โดยได้ต้นแบบมาจากศูนย์เพาะพันธุ์ธารโต และผู้เชี่ยวชาญ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด เริ่มแรก ลงปลา จำนวน 500 ตัว และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 3,000 ตัว
ปัจจุบันปลามีน้ำหนักประมาณกิโลกรัมกว่าๆ รอออร์เดอร์ก่อนจับจำหน่ายสำหรับการเลี้ยงปลาพลวงชมพู ปลาต้นธารน้ำสะอาด เท่าที่เลี้ยงมาไม่เคยเจอโรค ปกติส่วนมากจะตายตัวสองตัวขาดออกซิเจน และจะเลี้ยงง่ายกว่าปลาตะเพียน ดูจากถ้าออกซิเจนดับ ปลาตะเพียน 5 นาที ก็จะตาย แต่ปลานี้ จะทนกว่า
ส่วนการให้อาหารวันละ 2 ครั้ง เช้า และ เย็น โดยช่วง 2-3 เดือนแรกจะโตช้า แต่หลังน้ำหนัก 3-4 ขีดจะเติบโตเร็ว สำหรับอาหารหลักเป็น อาหารปลากินเนื้อผสมแหนแดง ซึ่งแหนแดงจะช่วยลดการเน่าเสียของน้ำ เป็นอาหารเสริมที่ปลาชอบ สำหรับบ่อที่เลี้ยงปลาพลวงชมพู ก็จะคู่ไปกับ ปลาคาร์ป เพื่อนำกินอาหาร ด้วย
ข้อควรระวัง ปลาชนิดนี้ รักความสะอาด และขี้ตกใจ จึงไม่ควรรบกวนบ่อบ่อย ต้องควบคุม ระบบออกซิเจน ให้ดี เพราะหากไฟฟ้าดับจะกระทบการกินอาหารของปลา..... ผู้ดูแลฟาร์มกล่าวท้าย
.
รุ่งสุรีย์ กิตติกุลสวัสดิ์
สทท.ยะลา